วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Lang-8の感想

หลังจากห่างหายไปนานมากกกกกก (เพราะดองการบ้านT_T) วันนี้จะมาเขียนความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้ใช้เว็บไซต์ Lang-8 ค่ะ ชื่อเว็บไซต์เต็มๆคือ http://lang-8.com/ เป็นเว็บที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนภาษาที่ 2 ขึ้นไปสามารถเช็คความถูกต้องในการใช้ภาษาของเราโดยเจ้าของภาษาเอง วิธีใช้เว็บนี้เราต้องสมัครสมาชิกก่อน แล้วเลือกภาษาแม่กับภาษาที่เรากำลังเรียนอยู่ เช่น ภาษาแม่ของเราคือภาษาไทย ภาษาที่กำลังเรียนอยู่คือภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เมื่อเราโพสประโยคเป็นภาษาญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเจ้าของภาษาก็จะช่วยเช็คให้ว่าประโยคที่เราใช้นั้นเป็นธรรมชาติหรือไม่ ส่วนเราเองก็สามารถไปเช็คภาษาไทยให้คนชาติอื่นที่เรียนภาษาไทยอยู่ได้เช่นกัน

          จากการที่ได้เข้าไปช่วยแก้ประโยคให้คนต่างชาติหลายคน พบว่าบางประโยคถึงกับไม่แน่ใจว่าภาษาไทยที่เราใช้อยู่นั้นถูกต้องหรือไม่ เพราะบางรูปประโยคที่เราพูดในภาษาไทยก็เป็นรูปประโยคที่เป็นสำนวนแบบภาษาญี่ปุ่น หรือเมื่อลองดูการตรวจของคนไทยคนอื่นก็พบการใช้ภาษาที่แตกต่างออกไป การได้ช่วยแก้ประโยคภาษาไทยจึงทำให้เราได้เช็คการใช้ภาษาไทยของตัวเองไปด้วยเช่นกัน

          สิ่งที่เราค้นพบอีกอย่างในการเข้าไปช่วยแก้ประโยคของชาวต่างชาติคือปัญหาในการเรียบเรียงคำหรือประโยค และทำให้ทราบว่าการเรียงประโยคในภาษาไทยเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เคยเข้าไปตรวจให้ชาวเยอรมันที่ถามว่า
1.เราพูดกันเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างได้
2.เราพูดเรื่องทุกสิ่งทุกอย่างกันได้
3.เราพูดกันได้เรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง
ประโยคไหนเป็นประโยคที่ถูกต้อง? ตอนแรกที่ดูรวมๆก็เหมือนจะใช้ได้ทุกประโยค แต่เมื่อลองมาวิเคราะห์ดีๆตามการใช้ภาษาไทยของเรา
1) ทุกประโยคขาดคำว่า “คุย” เพราะหากเป็นบทสนทนาที่มีฝ่ายตรงข้าม คำว่า “พูดคุย” จะฟังดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
2) ตำแหน่งของคำว่า “กัน” ก็เป็นปัญหาของประโยคนี้ว่าควรจะใส่ไว้ตรงไหน ซึ่งในความคิดเราหากใส่หลังคำว่าพูดคุยจะฟังดูคุ้นหูกว่า แต่พอเป็นคำว่า “กันได้” ก็ไม่แปลกที่จะอยู่ท้ายประโยค
3) คำว่า “เรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง” คิดว่าถ้าจะพูดให้เป็นภาษาไทยมากกว่านี้ต้องเป็น “ทุกเรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง” แต่ถ้าเราเป็นคนพูดประโยคนี้คงพูดแค่ “ทุกเรื่อง”
สุดท้ายเลยแก้ประโยคของคนนี้เป็นประโยคใหม่เลยคือ “เราพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง” แต่ก็ไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไรไปให้เค้าเลย ขอโทษด้วยค่ะT_T จากประโยคข้อนี้ถ้าลองมองในมุมของชาวต่างชาตินี่รู้สึกว่าภาษาไทยมันยากจริงๆ
อีกกรณีนึงที่เจอคือคนญี่ปุ่นให้ช่วยเช็คประโยคว่า“บ่ายนี้อากาศอุ่นแล้วในโตเกียวครับ อุณหภูมิ20องสาแล้วครับ” ที่มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า今日の昼、東京はとても暖かかったです。気温は20℃ありました。ประโยคนี้ถ้าดูผ่านๆก็เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร พอลองดูสิ่งที่คนไทยคนอื่นแก้ให้ก็มีเพิ่มตรง “อากาศอุ่นขึ้นแล้ว” และแก้คำว่า “องศา” แต่เมื่อลองมาคิดอีกที ในภาษาญี่ปุ่นใช้คำว่า จึงน่าจะตรงกับคำว่า”กลางวัน”มากกว่า นอกจากนี้คำว่า “อุณหภูมิ 20 องศาแล้วครับ” ส่วนตัวแล้วคิดว่าพูดแค่ “อุณหภูมิ 20 องศาครับ” เพราะประโยคก่อนหน้านี้พูดคำว่า “แล้ว” ไปแล้ว การที่เค้าใส่คำว่า “แล้ว” มาในประโยคหลังน่าจะมาจากการใช้รูปอดีตในภาษาญี่ปุ่นคำว่า 「暖かった」สุดท้ายแล้วจึงแก้ประโยคนี้ให้เค้าใหม่เป็น “วันนี้ตอนกลางวัน โตเกียวอากาศอุ่นขึ้นแล้วครับ อุณหภูมิ 20 องศาครับ” อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นแค่การแก้ตามการใช้ของเรา เป็นภาษาไทยที่ถูกต้องรึเปล่านั้นก็ไม่แน่ใจเช่นกัน555555

จากประโยคนี้ทำให้เรานึกถึงอีกวิชาที่ลงเรียนเทอมนี้อยู่เหมือนกันนั่นคือวิชาแปล การแปลมีทั้งการแปลแบบตรงตัวและการแปลแบบเอาความ การแปลส่วนมากจะเป็นการแปลแบบเอาความ เพราะด้วยเรื่องการใช้ภาษาหรือวัฒนธรรมของแต่ละภาษาทำให้การแปลตรงตัวไม่สามารถเก็บความได้ทั้งหมด เช่น ประโยคว่า “I can see that” ถ้าแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นแบบตรงตัวจะเป็น 「私はそれを見ることができた。」กลายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ไม่มีความหมายไปเลย แต่ถ้าแปลแบบเอาความจะเป็น 「わかった!」ซึ่งเป็นประโยคที่เข้าใจกว่าประโยคแรกมาก


การได้ลองมาใช้เว็บนี้ทำให้เรานึกถึงสิ่งที่ อ.เคยสอนในห้องว่าการเรียนภาษาต่างประเทศที่ 2 ขึ้นไป เรามักจะนำไปเทียบกับภาษาแม่ของเราก่อน หลายประโยคจึงออกมาเป็นประโยคที่งงๆ และผู้เรียนก็จะใช้ภาษาอย่างไม่เป็นธรรมชาติของภาษานั้นๆ เว็บไซต์นี้จึงเป็นเว็บไซต์ที่ดีต่อผู้ที่กำลังเรียนภาษาที่ 2,3,4,5,6,….. เพื่อให้เจ้าของภาษาได้มาเช็คการใช้ภาษาของเราให้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเหมือนที่ อ.แนะนำในห้องว่าถึงแม้เจ้าของภาษาจะมาแก้ภาษาให้เราก็ตาม เราก็ควรพิจารณาด้วยว่าการใช้ภาษาของเขาถูกต้องหรือไม่ และเลือกนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเรา

ปล.รู้สึกว่าตัวหนังสืออ่านยากจัง มันเขียนติดกันไปหมด จะพยายามเขียนให้อ่านง่ายๆกว่านี้ค่ะT_T

2 ความคิดเห็น:

  1. มีการวิเคราะห์ภาษาไทยและเปรียบเทียบกับภาษาญี่ปุ่น ดีค่ะ

    ตอบลบ